วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความสำคัญของวิธีการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในตัวของนักเรียน

..............ความสำคัญของวิธีการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในตัวของนักเรียน

......................................................................................................สุริยันต์ บุญเลิศวรกุล**


.........ในโลก สังคมปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีการลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาการใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนเป็นผลมาจากการมีความคิดสร้างสรรค์ของคนเราทั้งสิ้น ดังนั้น การพัฒนาสังคม ประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า มีความพร้อมในทุกด้าน สามารถพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ ดังที่ อารี รังสินันท์ (2539, หน้า1) ได้กล่าวถึงความคิดสร้างสรรค์ไว้ว่า
........“ความคิดสร้างสรรค์นับเป็นความสามารถที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งมีคุณภาพมากกว่าความสามารถด้านอื่นๆ และเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ประเทศใดก็ตามที่สามารถแสวงหา พัฒนา และดึงเอาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของคนในชาติออกมาใช้ประโยชน์มากเท่าใด ย่อมมีโอกาสพัฒนาได้มากเท่านั้น...”
.........จากบทความข้างต้นจะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคน สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะสังคมยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน โจทย์สำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือสิ่งที่ครูผู้สอน ต้องคิดตระแล้วว่า จะมีกระบวนการสอนอย่างไรให้นักเรียน ของเราเป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องของการคิดเชิงสร้างสรรค์ ดังที่ อารี พันธ์มณี (2537, หน้า 11 ) กล่าวว่า “...การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เป็นความต้องการสูงสุด และมีคุณค่ามาก การเรียนการสอนแบบความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นรากฐานของกระบวนการคิดทั้งหมด...” นอกจากนี้ ดุษฎี บริพัตร -ณ อยุธยา (2532 หน้า 5) ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันสรุปได้ว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่อยู่ในตัวของบุคคล และสามารถที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นโดยอาศัยการเรียนรู้และจัดบรรยกาศ ที่อำนวย แต่ถ้าไม่มีโอกาสได้ฝึกฝน ขาดโอกาสในการแสดงออกก็จะหดหายไปทีละน้อย ถ้าได้ฝึกบ่อยๆ ความคิดก็จะดีขึ้น...”

........เพราะฉนั้น จะเห็นแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของ นักเรียนทุกคนแล้ว และจะพัฒนามากขึ้นถ้าได้รับการส่งเสริม ฝึกฝนพัฒนา ซึ่ง หากส่งเสริม ตั่งแต่เด็ก อายุยังน้อยก็ยิ่งได้ผลดี เพราะความคิดสร้างสรรค์ในตัวบุคคลจำเป็นต่อการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ ผู้สร้างหลักสูตร โรงเรียน และครูผู้สอน จึงจำเป็นต้องพัฒนานักเรียนให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะระดับปฐมวัย และ ประถมศึกษา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานการพัฒาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไป ต้องมุ่งให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง สังคม ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์
.........ทั้งนี้จากการที่ได้ศึกษารวบรวมเอกสาร จากงานวิจัย หรือวารสารทางวิชาการต่างๆ ชี้ให้เห็นแล้วว่าการคิดค้นพัฒนาวิธีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต่างๆ เช่นการจัดการเรียนการสอนแบบใช้ เกมส์ หรือ กิจกรรมการเรียนแบบวิธีสืบเสาะ และเทคนิควิธีการต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปในลักษณะของการนำไปประยุกต์ เพื่อพัฒนากระบวนหรือทักษะการคิดในรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งมักจะเป็นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่เน้นกระบวนการมากกว่าเนื้อหาสาระวิชา ทั้งนี้เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิดประกอบด้วยองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่ ผู้เรียนทั้ง 3 ด้านคือ ด้านความรู้ (Knowledge : K) ด้านกระบวนการ(Process : P) และ ด้านของเจตคติ (Attitude : A) ไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้ ได้มีผู้เสนอแนวคิด กิจกรรมที่จะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น ประทุม อัตชู (2535 , หน้า 12) ได้เสนอกิจกรรมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนการสอน ได้ ดังนี้

.......1. กิจกรรมการฝึกใช้คำถาม ซึ่งลักษณะคำถามควรจะเป็นคำถามปลายเปิดที่ยั่วยุให้นักเรียนได้ใช้ความคิด หรือจินตนาการให้มากๆ และไม่ซ้ำใคร เช่นการสมมุติเหตุการณ์ การแก้ปัญหา การคิดค้นทดลอง
.......2. การจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ที่ประกวดนั้นควรเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบง่ายๆ เน้นความแปลกใหม่ หรือประสิทธิภาพของชิ้นงาน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนสนใจและอยากเข้าร่วมการแข่งขัน
.......3. กรใช้ภาพปริศนา ซึ่งครูอาจใช้ภาพไปกระตุ้นให้นักเรียนคิดหาคำตอบ เช่นการตั้งชื่อภาพ หรืออาจจะถามว่าภาพที่เห็นนั้นทำให้นักเรียนนึกถึงอะไรได้บ้าง จากภาพที่เกิดขึ้น
.......4. การระดมพลังสมอง ครูอาจให้สถานการที่เป็นปัญหาแล้วให้กลุ่มนักเรียนช่วยกันระดมควมคิด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว วิธีนี้ทำให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสคิดและอภิปรายร่วมกัน
.......5. การใช้ปริศนาคำทาย กิจกรรมนี้เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกตอบโดยใช้ควมคิดไหวพริบ พิจารณาคำถามเพื่อหาคำตอบ
.......6. การศึกษานอกสถานที่ เป็ฯกิจกรรมที่นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากของจริงเป็ฯการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แปลกใหม่ นักเรียนจะสนุกสนานตื่นเต้นที่ได้พบยเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นได้รับในห้องเรียน ทให้มีอิศระในการคิดจะได้มีควมคิดที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์
.......นอกจากนี้ ภพ เลาหไพบูลย์ (2537 , หน้า 188-190) ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้
.......1. เกมคุณลักษณะ โดยครูจะให้นักเรียนเขียนคุณลักษณะของสิ่งที่กำหนดให้เขียนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้พร้อมบอกข้อแตกต่างที่มีลักษณะเด่นเป็ฯกรณีพิเศษด้วย
.......2. การทำกิจกรรมแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ โดยอาศับรูปภาพ โดยครูอาจให้นักเรียนดูรูปภาพ แล้วให้นักเรียนเขียน หลายสิ่งหลายอยางที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
.......3. กิจกรรมการทำให้ได้ความสมบูรณ์ ครูให้นักเรียนเขียนเรื่องที่ได้อ่านที่ยังไม่สมบูรณ์ ให้จบตอนนั้น หรือ ครูให้นักเรียนดูภาพยนต์ตอนหนึ่งแต่ยังไม่จบสมบูรณ์ แล้วให้นักเรียนคิดวิธีสร้างให้จบในตอนนั้น
.......4. การสร้างปริศนา และเกมในการเรียนรู้ให้นักเรียนช่วยกันสร้างเกมที่เป็นปริศนาสำหรับทายปัญหา ต่างๆ
.......5. กิจกรรมการแก้ปัญหาใหม่ จากข้อบกพร่องที่ได้รับ เมื่อนักเรียนทำการแก้ปัญหาไปแล้ว แต่พบอุปสรรค์ข้อบกพร่อง ทำให้แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ครูให้นักเรียนพยายามแก้ปัญหาใหม่ โดยศึกษาจากอุปสรรค์ข้อบกพร่อง ต่างๆ
.......6. การเขียนข้อความที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไป โดยการสร้างสถานการณ์หรือความเชื่อที่ดูเหมือนตรงข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไป แต่อาจเป็นจริงได้
.......7. การเขียนบางสิ่งบางอย่างลงในกระดาษแล้วให้ บรรยายหัวข้อที่กำลังศึกษา เป็นต้นว่า เรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แล้วครูก็ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงหลักการทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
.......8. กิจกรรมการอ่านอย่างสร้างสรรค์ เมื่อครูให้นักเรียนอ่านเรื่องใดก็ตาม หลังจากที่นักเรียนอ่านแล้ว ครูควรให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นแนวความคิดใหม่ มโนมติ หรือหลักการที่ได้จากการอ่านในครั้งนี้
.......9. การรวบรวมปัญหา หรือสิ่งต่างๆ ที่จะเสาะแสวงหาความรู้ ครูอาจให้นักเรียนช่วยกันเขียนรายการปัญหาที่ต้องเสาะหาแสวงหาความรู้ที่จะแก้ปัญหานั้น

.......จากข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในข้างต้น นั้นเราพอสรุปได้ว่า การจัดกิจกรรมให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถทำได้หลายแนวทาง หลายรูปแบบ ทั้งการฟัง การอ่าน การเขียน และการแสดงออกในด้านต่างๆ ซึ่งการที่เราจะเลือกใช้กิจกรรมใดนั้น จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับลักษณะของเนื้อหาในบทเรียน แต่อย่างไรก็ตาม การที่นักเรียนแต่ละคนจะคิดสร้างสรรค์ได้มากน้อย เพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสำคัญหลายประการ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่นักเรียนผู้นั้นได้แก่ องค์ประกอบด้านทัศนคติ และบุคลิกลักษณะ การที่เราจะรู้เพียงเทคนิควิธีการคิดสร้างสรรค์นั้น อาจจะสามารถคิดเชิงสร้างสรรค์ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีทัศนคติ และบุคลิกภาพในเชิงที่สร้างสรรค์ เป็นองค์ประกอบร่วมด้วย บุคคลนั้นจะสามารถคิดสร้างสรรค์ ได้อย่างดีมาก เช่นการสอนให้นักเรียนรับรู้และเข้าใจ พร้อมทั้งการเปิดใจกว้างต่อการรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเรียนรู้เสมอ มีอิสระในการคิดพินิจ มีแรงจูงใจและความต้องการอันแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ และที่สำคัญก็คือผู้นั้นจะต้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี มีความมั่นคงในจิตใจเพียงพอนั้นเอง องค์ประกอบด้านความสามารถทางสติปัญญา ซึ่งการที่จะสอนให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นทักษะระดับสูง ได้นั้น ผู้สอนต้องศึกษาและคำนึงถึงระดับความสามารถทางสติปัญญา ของนักเรียนด้วย ซึ่งได้แก่ ความสามารถในการกำหนดขอบเขตของปัญหา ความสามารถในการใช้จินตนาการ ในการพิจารณาปัญหา เพื่อนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ความสามารถในการมุ่งสู่หนทาง การแก้ปัญหาที่มีศักยภาพของเรื่องนั้นๆ
องค์ประกอบด้านแรงจูงใจ แรงจูงใจเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่กระตุ้นให้นักเรียนรู้สึกต้องการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีทั้งแรงจูงใจภายใน และแรงกระตุ้นจากภายนอก แรงจูงใจกระตุ้นจากภายใน ที่มีประโยชน์ต่อความคิดสร้างสรรค์ เช่นการให้รางวัลเพื่อเป็นกำลังใจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจจากภายใน และภายนอกที่ผสมผสานกันอย่างสมดุล จะช่วยให้การทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ บรรลุวัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี เราไม่ควรที่ที่จะเน้นจะเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งมากเป็นพิเศษ และองค์ประกอบสุดท้ายก็คือ องค์ประกอบด้านของสภาพแวดล้อม การที่นักเรียนจะสามารถคิดสร้างสรรค์ ได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมร่วมด้วยเป็นสำคัญ ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนก็ควรให้นักเรียนได้รับการส่งเสริมและเชิญชวน ด้วยการสร้างบรรยากาศ ที่เหมาะสมเชิญชวน เช่น มีการให้รางวัล และสนับสนุนอย่างเสรี บริบทสภาพการจัดการเรียนรู้เช่นนี้ ย่อมส่งเสริมให้นักเรียนของเรามีความคิดสร้างสรรค์ได้แน่นอน

.......ดังนั้นจึงพอเห็นแล้วว่าในเรื่องของการทำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบ ที่มีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียนเพียงใด ด้วยเหตุนี้การนำแนวคิดดังกล่าวที่ได้นำเสนอไปประยุกต์เข้ากับ การจัดการเรียนการสอน เพื่อการคิดหาเทคนิควิธีการ ไปฝึกฝนให้นักเรียนสามารถเป็นนักคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามกลไกสำคัญของการทำให้เกิดการคิดสร้างสรรค์ได้ จะต้องเริ่มต้นที่ ตัวครูผู้สอนเสียก่อน ที่จะไม่ยึดติดอยู่กับกรอบรูปแบบเดิม หากการยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมนั้นไปขัดขวาง หรือทำลายการคิดสร้างสรรค์ในนักเรียนแล้ว ก็ถือได้ว่าการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่หากครูผู้สอนท่านใดสามารถพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แล้วสามารถดึงเอาความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนออกมาใช้เป็นประโยชน์ได้ถือเป็นผู้สร้าง ผู้พัฒนาคนที่ยั่งยืนนั่นเอง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

รายการอ้างอิง

ดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา.(253). เพลินคิดพลอยฝัน. กรุงเทพฯ: แสงศิลป์การพิมพ์.

ปรทุม อัตชู. (2535). “กิจกรรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์” .วารสาร สสวท. ฉบับที่ 77 (20) หน้า 1-3

ภพ เลาหไพบูลย์. (2537). แนวการสอนวิทยาศาสตร์ . กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิช

อารี พันธ์มณีย์. (2537). ความคิดสร้างสรรค์ . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ 1412.


อารี รังสินันท์. (2539). ความคิดสร้างสรรค์ . กรุงเทพฯ : ธนะการพิมพ์



~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

เกี่ยวกับผู้เขียน

ชื่อ นายสุริยันต์ บุญเลิศวรกุล รหัสนักศึกษา 5224442211

นักศึกษาปริญญาโท สาขานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ รุ่นที่ 1

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดตรัง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~




1 ความคิดเห็น: